ในพิธีกินเจนั้น ช่วงบ่ายก่อนวันพิธีหนึ่งวันจะมีพิธียกเสาโกเต้งไว้หน้าศาลเจ้าเพื่อประกอบพิธีอัญเชิญเจ้า
"ยกอ๋องซ่งเต" (พระอิศวร) และ "กิ๋วอ๋องไต่เต"
(ผู้เป็นใหญ่ทั้งเก้า) มาเป็นประธานในพิธีและจะนำตะเกียง
9 ดวง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มพิธี ไว้บนเสาโกเต้งเวลาเที่ยงคืน
นอกจากนี้ตลอด 9 วันของพิธีกินเจ จะมีพิธีกรรมต่างๆ
เช่น พิธีอัญเชิญ ลำเต้า-ปักเต้า (เทวดาผู้กำหนดเวลาเกิดและตาย)
พิธีอิ้วเก้ง (พิธีแห่พระ) พิธีอาบน้ำมัน ขึ้นบันไดมีด
พิธีโก้ยโห้ย (ลุยไฟ) พิธีโก้ยห่าน (สะเดาะเคราะห์)
ตลอดจนการทรงพระซึ่งเป็นการอัญเชิญเจ้ามาประทับในร่างของม้าทรงและแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการทรมานร่างกายในรูปแบบต่างๆ
ทั้งนี้ก็เพื่อรับทุกข์แทนผู้ถือศีลกินเจและเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง
กล่าวกันว่าผู้ที่จะเป็นม้าทรงได้มีอยู่ด้วยกัน
2 กรณี คือ ผู้ที่ชะตาขาดแต่ยังไม่ถึงฆาต ดังนั้นการเป็นม้าทรงจึงเปรียบเสมือนการต่ออายุขัย
อีกกรณี คือผู้ที่พระเห็นว่าเหมาะสมเนื่องจากประพฤติตัวอยู่ในศีลธรรม
และในระหว่างเทศกาลจะมีการประโคมด้วยกลอง ล่อโก๊ะและจุดประทัด
โดยเฉพาะในวันส่งพระซึ่งถือเป็นวันสิ้นสุดของพิธีกินเจ
ทั้งนี้ด้วยความเชื่อว่าเสียงดังจะทำให้สิ่งชั่วร้ายหมดไป
สำหรับผู้เข้าร่วมพิธีกินเจนี้น นอกจากจะได้รับผลบุญและความเป็นสิริมงคลแต่ตนเอง
แล้วยังทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง จิตใจมีเมตตาไม่ฆ่าสัตว์
ละเว้นอบายมุขทั้งปวงอันก่อให้เกิดความสะอาด สว่าง
สงบในจิตใจ
www.phuketvegetarian.com |