|
|
ประเพณีลอยเรือ
ชาวเลเป็นกลุ่มชนดั้งเดิมอาศัยอยู่กระจัดกระจายตามชายฝั่งทะเลอันดามัน
ตั้งแต่บริเวณหมู่เกาะมะริด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล ตลอดลงไปจนถึงมาเลเซียและอินโดนีเซีย
ที่ภูเก็ตนั้นมีชาวเลอาศัยอยู่หลายแห่งด้วยกันคือ ที่แหลมหลา บ้านเหนือ
สะปำ เกาะสิเหร่ และราไวย์ ด้วยเหตุที่ชาวเลยังคงสภาพสังคมประเพณีและภาษาพูดที่เป็นของตนเอง
ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายด้วยการหาปลาและงมหอยจากทะเลเป็นหลักจึงเป็นกลุ่มชนที่น่าสนใจไม่น้อย
พิธีกรรมของชาวเลจะเกี่ยวเนื่องกับทะเลและมหาสมุทรเป็นส่วนมาก
เพราะชีวิตของชาวเลผูกพันกับธรรมชาติเหล่านี้นับแต่เกิดกระทั่งตาย
ความแปรปรวนของท้องทะเล |
|
 |
เมื่อเวลาออกหากิน ทำให้บางครั้งถึงกับต้องเสี่ยงชีวิต
พิธีกรรมลอยเรือจึงเกิดขึ้นเพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้พวกเขาอยู่รอดตลอดฤดูมรสุม
และเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกจากถิ่นที่อยู่อาศัยของตน พิธีลอยเรือปีหนึ่งจะทำ
2 ครั้งด้วยกัน กล่าวคือในช่วงที่ฤดูมรสุมเปลี่ยนทิศ คือในวันขึ้น 14
ค่ำ จนถึงวันแรม 1 ค่ำของเดือน 6 อันเป็นช่วงที่ลมเปลี่ยนทิศจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือไปเป็นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และอีกช่วงหนึ่ง
คือในช่วงวันขึ้น 14 ค่ำจนถึงแรม 1 ค่ำเดือน 11 อันเป็นช่วงที่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เปลี่ยนเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
เมื่อถึงวันลอยเรือชาวเลทั้งหลายไม่ว่าจะอยู่ที่แห่งใดจะกลับมาที่หมู่บ้านของตนอย่างพร้อมเพรียง
เพราะถือว่าชาวเลทุกคนต้องมาเข้าร่วมพิธีกรรมนี้
พิธีลอยเรือมีทั้งหมด 3 วัน วันแรกเป็นการต่อเรือที่จะใช้ลอยในพิธี
วันที่สองเป็นพิธีลอยเรือ ส่วนวันที่สามเป็นวันของการปักไม้กายู่ฮาดั๊ก
ซึ่งเป็นไม้ขนาดเท่าต้นแขนมีความยาวต้นละ 2.5-3 เมตร และใช้ไม้ขนาดเดียวกันยาว
2 เมตร เป็นไม้ขวางเหมือนรูปไม้กางเขน ที่ปลายไม้ทั้ง 3 ปลายจะติดด้วยใบกระพ้อ
ไม้ที่ติดทางขวางเปรียบเสมือนแขน ใบกระพ้อเปรียบเสมือนนิ้ว ซึ่งเชื่อว่าจะคอยโบกพัดผีร้ายตลอดจนโรคภัยไข้เจ็บไม่ให้เกิดขึ้นในหมู่บ้าน |
|
|
|