{pic}
|
|
เดิมเป็นประเพณีของชาวจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ตต่อมาได้แพร่หลายในหมู่ชาวจีนทั่วไป
ประเพณีไหว้เทวดาถือปฏิบัติกันมานานโดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองภูเก็ต
กำหนดงานคือวันถัดจากตรุษจีนรวมเวลา 9 วัน พิธีจะเริ่มขึ้นหลังเที่ยงของวันที่
8 หรือ ที่เรียกว่า "โชยโป้ย" และวันสุดท้ายคือเช้าของวันที่
9 เรียกว่า "โชยเก้า"
อาหารและผลไม้ที่นำมาเซ่นไหว้มีทั้งแห้งและสด
จะมากหรือน้อยแล้วแต่ฐานะของแต่ละบ้าน มีทั้งกระดาษเงินกระดาษทอง
น้ำชา ฯลฯ แต่ที่จะขาดไม่ได้ก็คือต้นอ้อยที่นำมาทั้งต้นและใบ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของพิธีไหว้เทวดา
ที่มาของพิธีกรรมนี้มีหลายกระแสบางกลุ่มก็ว่าเพื่อเป็นการรำลึกถึงชาวจีนฮกเกี้ยนคนหนึ่ง
เมื่อตายไปแล้วไปเกิดเป็นเทวดามีนามว่า "องค์เตียวเทียนซือ"
ท่านผู้นี้เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่เล่าว่าเป็นผู้มีความสามารถทางด้านโหราศาสตร์
สามารถทำนายโชคชะตาของบุคคลที่สำคัญของบ้านเมืองและดิน ฟ้า อากาศได้อย่างแม่นยำ
ส่วนอีกความเชื่อหนึ่งเชื่อว่า ครั้งหนึ่งในมณฑลฮกเกี้ยนประเทศจีน
มีคนกลุ่ม |
|
 |
| หนึ่งแต่งกายคล้ายทหารอ้างว่าจะช่วยปราบโจร แต่กลับรุกรานชาวบ้านจนเป็นที่เดือดร้อน
จึงทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งหลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ที่ป่าอ้อย พร้อมกับอ้อนวอนขอให้เทวดาผู้ศักดิ์ช่วยคุ้มครองให้พ้นจากภัยร้าย
ในที่สุดความสงบสุขก็มาเยือน จึงได้จัดงานเพื่อเป็นการรำลึกถึงพระคุณเทวดาและเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสุขที่ได้รับ
บ้างก็ว่าเป็นเรื่องของกษัตริย์แคว้นหนึ่งของจีนหนีภัยสงครามเข้าไปหลบอยู่ในป่าอ้อย
และอธิษฐานให้เทวดาช่วยคุ้มครองให้พ้นจากเงื้อมมือข้าศึก เมื่อพระองค์พ้นจากอันตราย
จึงรับสั่งให้จัดพิธีไหว้เทวดาขึ้น |
|
|
|